[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ครูเทศบาล พนักงานครูเทศบาล สอบครูเทศบาล สอบบรรจุครู พนักงานครูเทศบาล
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
เมนูหลัก
ค้นหาจาก google
stats3
Check PageRank
thstats-verify

  

งานวิจัยการศึกษา
    เรื่อง :

เจ้าของผลงาน : นายพัชรดนัย ห้าวหาญ
พฤหัสบดี ที่ 30 เดือน มกราคม พ.ศ.2563
เข้าชม : 23    จำนวนการดาวน์โหลด : 19 ครั้ง
Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.

บทคัดย่อ :
ชื่อเรื่อง         การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสรา้งสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเอง
                    สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 
 ผู้วิจัย           นายพัชรดนัย  ห้าวหาญ
หน่วยงาน      โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดบำรุงธรรม)

                                                                                                     บทคัดย่อ

               การวิจัยครั้งนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) เพื่อศึกษาเอกสารและบริบทความต้องการรูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสรา้งสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที 2 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเอง
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3) ประเมินผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสรา้งสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ดังนี้ 3.1) หาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสรา้งสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3.2) เปรียบเทียบความคิดสรา้งสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเองระหว่างก่อนเรียนอละหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสรา้งสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยศึกษาปีที่ 2  3.3) เปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมั่นนตนเอง 
ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดกาเรียนรู้ศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสรา้งสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเองกับนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบปกติ กลุ่มตัวอย่างเพื่อทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ นักเรียนกลุ่มทดลองนำร่อง คือ นักเรียนนักเรียนระดับชั้นัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดบำรุงธรรม) เทศบาลเมืองสระบุรี จำนวน 32  คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling ) กลุ่มตัวอย่างสำหรับนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ไปใช้หาประสิทธิภาพแบ่งเป็น นักเรียนกลุ่มทดลอง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดบำรุงธรรม) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 30 คน นักเรียนกลุ่มควบคุม ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดบำรุงธรรม) จำนวน 30 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม ( Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) เครื่องมือที่ใช้ในการดลอง ได้แก่ 1.1)๕ุ่มือการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้และ 1.2) แผนกาาจัดการเรียนรู้ จำนวน 9 แผน ซึ่งเป็นแผนรายชั่วโมง รวม 9 ชั่วโมง /2)เครื่องมือที่ใช้ในกาารเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 2.1)แบบสอบถามความคิดเห็นของครูผู้สอนศิลปะและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2.2)แบบสัมภ่าษณ์ครูผู้สอนสิลปะและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2.3) แบบวิเคราะห์เอกสาร 2.4) แบบทดสอบวัดผลสัมมฤทธิ์ทางการเรียน 2.5) แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ 2.6) แบบสอบถามวัดความเชื่อมั่นในตนเอง 4 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาค่าประสิทธิภาพ E1/E2  การตรวจสอบสมมุติฐานใช้ t-test (dependent samples)และ t-test (Independent samples) นำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการพรรณนาวิเคราะห์ 
               ผลการวิจัย ปรากฏดังนี้  
                     1. จากการศึกษาสภาพและปัญหาความต้องการรูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสรา้งสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเอง ของครูผู้สอนและนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  มีความต้องการรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยรวม อยู่ในระดับ มากที่สุด
                     2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น มมีชื่อเรียกว่า C7 step Model ) ประกอบด้วย กระบวนการจัดการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน ได้แก่
                         1) ขั้นสนทนา (Convearse) : C1 
                         2) ขั้นรับรู้และเข้าใจ (Cognition) : C2
                         3)ขั้นกำหนดแนวคิด (Concept) :  C3
                         4) ขั้นสรา้งความเชื่อมั่น (Confidence) : C4
                         5) ขั้นสรา้งสรรค์ผลงาน (Creative) : C5
                         6)ขั้นวิจารณ์ประเมินผลงาน (Criticism) : C6
                         7) ขั้นสรุปความรู้(Conclusion) : C7

                         และมีองค์ประกอบ ดังนี้ 1)หลักการ แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบ 2)วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) กระบวนการจัดการเรียนรู้ 7 ขขั้นตอน ภ4)ระบบสังคม 5)การตอบสนอง และ 6) ระบบสนับสนุน คุณภาพความเหมาะสมของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ อยู่ระดับมากที่สุด (เฉลี่ย 4.88)
                         3)การศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสรา้งสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 2 พบว่า
                            3.1) ประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ เมื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพของกระบวนการ โดยคำนวณจากการประเมินใบงานและแบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเเรียนทุกคน มีคา่เท่ากับ 81.85 และเมื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพผลลัพธ์จากคะแนนวัดผลสัมฤทธฺิ์ทางการเรียนของนักเรียนทุกคนมีค่าเท่ากับ 80.92  มีค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 8185 /80.92 และเมื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพผลลัพธ์จากคะแนนแบบทดสอบความคิดสรา้งสรรค์ของนักเรียนทุกคน มีค่าเท่ากับ 81.33 รูปแบบการจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ ( E1/E2) เท่ากับ 81.85/81.33 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
                           3.2) นักเรีนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น มีความคิดสรา้งสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเเองหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05
                           3.3)นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสรา้งสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเอง มีความคิดสรา้งสรรค์หลังเรียนสูงกว่านักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05



ดาวน์โหลด  ( บทคัดย่อ) 

งานวิจัยการศึกษา 5 อันดับล่าสุด

      HACK 13/ก.พ./2563
      30/ม.ค./2563
      28/ม.ค./2563
      27/ม.ค./2563
      24/ม.ค./2563


กำลังแสดงหน้าที่ 1/0 ->
<< 1 >>



ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ webkrutessaban@gmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป